เหรียญพ่อท่านซัง วัดวัวหลุง รุ่นแรก ปี 2480 เนื้อทองแดง

เหรียญพ่อท่านซัง วัดวัวหลุง รุ่นแรกปี 2480 เนื้อทองแดง

            เหรียญพ่อท่านซัง วัดวัวหลุง จ.นครศรีธรรมราช รุ่นแรก สร้างขึ้นเมื่อปี 2480 ซึ่งเหรียญได้สร้างหลังจากที่พ่อท่านซังมรณภาพไปแล้ว 2 ปี บรรดาลูกศิษย์ที่นับถือในตัวของท่านต้องการเหรียญรูปเหมือนไว้เป็นที่ระลึก คณะกรรมการจึงได้ประชุมกันและนิมนต์ให้ "พระครูธรรมธร" วัดโพธิ์ท่าเตียน กรุงเทพมหานคร เป็นประธานฝ่ายสงฆ์ ซึ่งท่านเป็นศิษย์ที่พ่อท่านซังบวชเณรให้ พร้อมทั้งสนับสนุนให้ได้เรียน ส่วนฝ่ายคฤหัสถ์มอบหมายให้ "ท่านขุน" นายอำเภอร่อนพิบูลย์เป็นประธาน โดยตกลงพร้อมใจกันจัดสร้างเหรียญขึ้นจำนวนหนึ่ง เพื่อแจกในงานพระราชทานเพลิงศพ เมื่อปี 2480 

            พระครูธรรมธร ได้รับภาระในการหาช่างแกะบล็อกตามรูปถ่ายพร้อมทั้งออกแบบยันต์ด้านหลังเหรียญ เป็นยันต์ที่พ่อท่านซังใช้เขียนผ้ายันต์ลงตะกรุดพิสมร และที่ใช้ทำน้ำมนต์เป็นประจำ ยันต์และพระคาถาสี่ตัวด้านหลังเหรียญนั้นถอดมาจากพระธรรมในพระไตรปิฎก สามารถนำมาใช้ได้ตามปรารถนาพ่อท่านซัง 

            หลังจากที่ช่างได้ปั๊มเหรียญเสร็จเป็นที่เรียบร้อยแล้ว เมื่อถึงอุดมฤกษ์มงคลมิ่ง พระครูธรรมธรได้จัดพิธีพุทธาภิเษก "เหรียญพ่อท่านซัง" ภายในอุโบสถวัดโพธิ์ท่าเตียน กรุงเทพมหานคร นิมนต์พระเถระต่างๆ ที่มีชื่อเสียงเมื่อปี 2480 มาร่วมพิธีแผ่กระแสจิตปลุกเสก พร้อมทั้งอัญเชิญดวงวิญญาณหลวงพ่อซังมาประทับร่วมในพิธีด้วย โดยได้จัดเตรียมอาสนะไว้ให้ท่านด้วย

            เมื่อเสร็จพิธีเรียบร้อย พระครูธรรมธรได้นำเหรียญกลับมายังวัดเทพนิมิต (วัวหลุง) และได้ประกอบพิธีพุทธาภิเษกอีกครั้ง โดยครั้งนี้ได้นิมนต์ "พระครูกาชาด" วัดใหญ่ชัยมงคล ซึ่งเป็นสหธรรมมิกของท่าน ไปมาหาสู่แลกเปลี่ยนความรู้กันเสมอ พร้อมทั้งพระครูกาแก้ว วัดหน้าพระบรมธาตุฯ และพระเถรานุเถระชื่อดังในขณะนั้นร่วมพิธีพุทธาภิเษก อย่างพร้อมเพรียงและยิ่งใหญ่ เมื่อถึงวันพระราชทานเพลิงศพพ่อท่านซัง คณะกรรมการวัดได้นำรูปเหรียญมาแจก เป็นที่ระลึกแก่ผู้เข้าร่วมพิธีในวันนั้น ปรากฏว่าประชาชนต่างแย่งชิงเหรียญกันจนหมด และไม่พอแจกจ่าย

            "เหรียญพ่อท่านซัง รุ่นแรก" เกิดประสบการณ์และอภินิหารมากมาย ทั้งแคล้วคลาด คงกระพันชาตรี และมหาอุด จึงเป็นที่หวงแหน 

 

            พระครูอรรถธรรมรส (ซัง สุวัณโณ) หลวงพ่อซัง นามเดิมชื่อ ซัง เป็นบุตร คนสุดท้ายของขุนวิน ศักดาวุธ (บุศจันทร์ ศักดาวุธ) มารดาชื่อนางส้ม ศักดาวุธ เกิดเมื่อวันอังคาร ขึ้น 15 ค่ำ ปีกุน ตรงกับวันที่ 6 มกราคม พ.ศ.2394 ณ บ้านพัง หมู่ที่ 2 ต.ควนพัง อ.ร่อนพิบูลย์ จ.นครศรีธรรมราช  

            เมื่อท่านอายุได้ 11 ปี ได้ไปศึกษาเล่าเรียนอักษรสมัยในสำนักท่าน อาจารย์นาค เจ้าอาวาส วัดพัง ต่อมาเมื่ออายุได้ 13 ปี ท่านย้ายไปศึกษาในสำนักของท่าน อุปัชฌาย์รักษ์ วัดปัง ต.ควรชุม อ.ร่อนพิบูลย์ ท่านเรียนวิชาเลข และคัดลายมือ

            ขณะที่หลวงพ่อซัง ท่านศึกษาอยู่ท่านเป็นคนฉลาดความจำดี มีความขยันอดทนเป็นเลิศ อุปัชฌาย์รักษ์ เห็นแววและอนาคตจะไปไกล จึงบวชเณรให้เมื่ออายุ 16 ปี หลังจากบวชเณรแล้วท่านก็ได้ศึกษาธรรมวินัยและวิปัสสนาธุระเพิ่มขึ้น พอเป็นแนวทางปฏิบัติท่านอยู่ต่อมาจนครบปี เผอิญข้าราชการชั้นผู้ใหญ่ของจังหวัดตรัง เดินทางไปนมัสการพระอุปัชฌาย์รักษ์ พบสามเณรน้อยผู้มีสติปัญญาไหวพริบดี จึงของตัวไปให้รับราชการในตำแหน่งเสมียนตรา อยู่ที่ อ.ห้วยยอด จ.ตรัง 

            ท่านรับใช้ประเทศชาติในตำแหน่งเสมียนตรา อยู่ 3 ปี เห็นว่าเป็นหนทางแห่งความทุกข์ยาก หาอะไรแน่นอนไม่ได้ ปราศจากความสุขอันมั่นคง ชีวิตท่านได้รับรสพระธรรม คำพร่ำสอนจาก อุปัชฌาย์รักษ์ ยังฝังลึกอยู่ในใจท่าน จึงลาออกจากราชการเมื่ออายุ 20 ปี แล้วเดินทางกลับสู่ภูมิลำเนา เตรียมตัวอุปสมบท เมื่ออายุย่างเข้าอายุ 21 ปี

            พ่อท่านซัง อุปสมบท เมื่อเดือน 8 ขึ้น 13 ค่ำ วันพุธ พ.ศ.2414 อุปสมบทที่วัดปัง บวช ณ ที่เดิมที่ท่านได้บวชเณร อุปัชฌาย์รักษ์ เป็นพระอุปัชฌาย์ ท่านอาจารย์นาค เจ้าอาวาสวัดพัง เป็นพระกรรมวาจาจารย์ ท่านอาจารย์ทองดี วัดปัง เป็นพระอนุสาวนาจารย์ ได้รับฉายาว่า “สุวัณโณ” 

            เมื่ออุปสมบทแล้วหลวงพ่อซัง ท่านไปศึกษาอยู่ในสำนัก อาจารย์นาค วัดพัง ศึกษาเพิ่มเติมทางด้านคาถาอาคมอยู่หนึ่งพรรษา พ่อท่านซัง จึงกราบลาอาจารย์นาค ไปอยู่กับท่านอาจารย์โฉม เจ้าอาวาสวัดวัวหลุง เพื่อศึกษาคันถะธุระและอบรมวิปัสสนาธุระ กับอาจารย์ชู อาจารย์สด วัดวัวหลุง สรุปแล้วท่านมีอาจารย์ที่เก่งกล้าทางด้านวิปัสสนา ไสยศาสตร์ และพุทธศาสตร์แห่งเดียวถึงสามองค์ ท่านพยายามฝึกฝนสมาธิจิตท่องมนต์คาถา และธรรมะจนสามารถเทศนาสั่งสอนประชาชนให้ประพฤติปฏิบัติเป็นคนดีอยู่ในศีลธรรม

            เมื่อหลวงพ่อซัง ท่านมีอายุพรรษาได้ 11 พรรษา ตำแหน่งสมภาร วัดวัวหลุงว่างลง พ่อท่านซังจึงได้รับแต่งตั้งให้เป็นสมภารสืบแทนอาจารย์ของท่าน พ.ศ.2438 ท่านได้รับแต่งตั้งเป็นพระอุปัชฌายะให้การอุปสมบทแก่กุลบุตรในท้องถิ่น พ.ศ.2441 พ่อท่านซังได้รับแต่งตั้งเป็นเจ้าคณะแขวงให้ปกครองวัด 13 วัด ท่านได้ปฏิบัติหน้าที่อย่างดียิ่งไม่ว่าภาระหน้าที่นั้นจะยากลำบากเพียงใด สมัยก่อนไม่มีถนนไม่มีรถวิ่ง ต้องเดินรัดป่าตัดทุ่งนาป่าเขาไปสงเคราะห์ผู้ทุกข์ยาก 

            กาลเวลาสืบต่อมาเมื่อ พระศรีธรรมมุณี (พระรัตนธัชมุณี) เจ้าอาวาสวัดท่าโพธิ์ นครศรีธรรมราช ได้รับตำแหน่งเป็นเจ้าคณะมณฆลนครศรีธรรมราช เห็นว่าพ่อท่านซัง วัดวัวหลุง เป็นผู้มีความสามารถในการบริหารหมู่คณะสงฆ์ดี ปฏิบัติน่าเลื่อมใส จึงให้ประทานตราตั้งเป็นพระครู เจ้าคณะแขวงเมื่อ วันที่ 22 มกราคม 2445 ให้เป็นผู้ปกครองวัด ใน อ.ร่อนพิบูลย์ ทั่วทุกวัด จนลุถึง พ.ศ.2467 ได้รับพระราชทานสมณศักด์เป็น “พระครูอรรถธรรมรส”

            หลวงพ่อซัง บริหารคณะสงฆ์สืบต่อมาจนเจริญรุ่งเรื่องถึงขีดสุด โดยบูรณะถาวรวัตถุต่าง ๆ เช่น โบสถ์ วิหาร ศาลาการเปรียญ โรงเรียน ยังมีสภาพอันเก่าแก่ให้เห็นหลายแห่ง ใน อ.ร่อนพิบูลย์ ประชาชนพากันมาหาสู่ท่าน เพื่อขอพรจากท่าน ให้ท่านรดน้ำมนต์ ขอลูกอมชานหมาก และของที่ท่านแจกให้เป็นของที่ห่วงแหนกันมาก 

            ครั้ง พ.ศ.2472 หลวงพ่อซัง ชราภาพมากจนไม่สามารถปฏิบัติงานได้โดยสะดวก จึงโปรดเกล้าให้เป็นกิตติมศักดิ์ พ้นจากตำแหน่งราชการ รวมเวลาที่ท่านได้ปฏิบัติงานในตำแหน่งเจ้าคณะแขวงอยู่ 13 ปี เมื่อถึง พ.ศ.2478 ท่านเริ่มอาพาธด้วยโรคชรามาตั้งแต่ต้นปี ต่อมาโรคได้กำเริมหนัก จนถึงวันที่ 26 มีนาคม พ.ศ.2478 เวลา 10.20 น. ท่านมรณภาพลงด้วยอาการสงบ สิริรวมอายุได้ 84 ปี