เหรียญหล่อพิมพ์พระปิดตา หลวงพ่อโต วัดบ้านกล้วย จ.นครราชสีมา

เหรียญหล่อพิมพ์พระปิดตา หลวงพ่อโต วัดบ้านกล้วย จ.นครราชสีมา

            เหรียญหล่อพิมพ์พระปิดตา หลวงพ่อโต ยโสธโร (หรือหลวงปู่โต) วัดบ้านกล้วย จ.นครราชสีมา ลักษณะเป็นเหรียญหล่อแบบโบราณ หูในตัว ด้านหน้าเหรียญเป็นพระปิดตา ด้านหลังเหรียญเป็นอักขระยันต์

            หลวงปู่โต ยโสธโร มีเกียรติยศโด่งดังมาก เพราะวัตถุมงคลที่ท่านได้สร้างและปลุกเสกตรงกับสมัยที่เกิดสงคราม ในสงครามเวียดนามผู้ที่มีวัตถุมงคลหลวงปู่โต ทหารที่ไปรบเวียดนามจะปลอดภัยได้ทุกคน ไม่มีคนเสียชีวิตเลย วัตถุมงคลหลวงปู่โต สร้างขึ้นและปลุกเสก มีความเข้มขลังศักดิ์สิทธิ์ ผู้ที่ได้รับวัตถุมงคลของหลวงปู่ จึงรักและหวงแหนมาก 

 

            หลวงปู่โต ยโสธโร นามเดิม โต นามสกุล สินนา เกิดวันที่ 9 ธันวาคม พ.ศ.2427 ตรงกับวันพุธ ขึ้น 14 ค่ำ เดือนอ้าย ปีจอ ที่บ้านกล้วย ต.ท่าหลวง อ.พิมาย จ.นครราชสีมา เป็นบุตรของ คุณพ่อดี คุณแม่พูน สินนา มีพี่น้องร่วมบิดามารดาเดียวกัน 4 คน 

            การศึกษา เมื่อเยาว์วัย ได้สมัครเป็นลูกศิษย์วัดสระหิน และมีคุณครูชื่อ หรั่ง (ส่วนนามสกุลนั้นจำไม่ได้) เป็นผู้สอนจนมีความรู้อ่านออกเขียนได้

            เมื่อ พ.ศ.2443 อายุได้ 16 ปี มีจิตศรัทธาในพระพุทธศาสนาจึงได้บรรพชาเป็น สามเณร อยู่ที่วัดสระหิน ซึ่งอยู่ในบริเวณปราสาทหินพิมาย อ.พิมาย จ.นครราชสีมา ได้เรียนมูลกัจจายน์กับครูหรั่งจนมีความรู้ในภาษาบาลีแตกฉานจึงไดย้ายมาศึกษาต่อที่ วัดอิสาน อ.เมือง จ.นครราชสีมา

            สามเณรโต ได้ลาสิกขา และได้สมัครเข้าทำงานเป็น เสมียน ทำงานอยู่ที่ ที่ว่าการอำเภอพิมาย ในสมัยของนายอำเภอ เหม (ส่วนนามสกุลนั้นจำไม่ได้)

            พ.ศ.2448 อายุได้ 21 ปี ได้กลับเข้าสู่สมณเพศอีกครั้ง ได้อุปสมบท ณ พัทธสีมาวัดจันทร์ ต.ประสุข อ.พิมาย (ปัจจุบันเป็น อ.ชุมพวง) จ.นครราชสีมา โดยมีพระอุปัชฌาย์ แก้ว เป็นพระอุปัชฌาย์ 

            เมื่ออุปสมบทได้จำพรรษาที่วัดบ้านกล้วยมาโดยตลอด ในสมัยนั้นไม่มีครูสอนพระปริยัติธรรม แต่หลวงปู่ก็ได้ศึกษาค้นคว้าด้วยตัวของท่านเองจนมีความรู้แตกฉานในพระธรรมวินัย และได้ถือปฏิบัติเป็น สุปฏิปันโน ผู้ปฏิบัติดีแล้ว จึงเป็นที่เคารพนับถือของผู้คน ประชาชนในหมู่บ้านและในละแวกใกล้เคียง

            ต่อมาเมื่อ พ.ศ.2463 ได้ลาสิกขาและมีครอบครัว ตามวิสัยของฆราวาส มีภรรยาชื่อ นางมาก สินนา ได้ครองรักครองเรือนมีบุตรด้วยกัน 2 คนคือ

1.นายยอด สินนา อดีตอาจารย์ใหญ่ รร.ราษฏร์สโมสร (ถึงแกกรรมแล้ว)

2.นางทองอยู่ สินนา (ถึงแกกรรมแล้ว)

เมื่อ พ.ศ.2473 นางมาก สินนา ภรรยาได้ถึงแก่กรรม จึงได้จัดการฌาปนกิจศพภรรยาจนเสร็จสิ้นตามประเพณี

            เมื่อภรรยาถึงแก่กรรมแล้ว ท่านคงความเสียใจโศกเศร้า และปลงตกว่า ชีวิตของมนุษย์นี้คงจะต้องเกิด แก่ เจ็บ ตาย ดังคำสอนของพระพุทธองค์ที่ได้ทรงตรัสไว้ จึงได้เกิดความเบื่อหน่ายในเพศฆราวาส คิดจะสร้างคุณงามความดีในพระพุทธศาสนา เกิดแรงศรัทธาตัดสินใจเข้าอุปสมบทอีกครั้งหนึ่งในปี 2473 นั่นเอง โดยอุปสมบทที่วัดบ้านกล้วย โดยมีพระครูศีลวิสุทธิพรต(ทุย) เจ้าคณะอำเภอพิมาย เป็นอุปัชฌาย์ เมื่ออุปสมบทแล้วก็ได้ดำรงสมณเพศมาจนตราบสิ้นชีวิต

            หลวงปู่โต ยโสธโร เป็นพระเถระที่น่าเคารพบูชามาก เพราะท่านเป็นคนพูดน้อย ถ้าท่านไม่มีแขกมาพูดคุยอยู่กับท่านแล้ว จะเห็นท่านนั่งบริกรรมภาวนาตลอดทั้งวัน เพียงเห็นแต่รูปร่างของท่านก็เกิดศรัทธาเพราะท่านอ้วนถ้วนสมบูรณ์ดี ท่านไม่เคยดุด่าพระเณรองค์ใดเลย ท่านเป็นพระที่ใจดีมาก

            หลวงปู่โต ยโสธโร ดำรงสมณเพศจนอายุได้ 96 ปี นับว่าอายุยืนมาก ท่านเป็นพระที่เปี่ยมด้วยความเมตตาคุณ จึงได้เป็นที่พึ่งทางใจของประชาชน โดยเฉพาะชาวอำเภอพิมายและอำเภอใกล้เคียงจังหวัดนครราชสีมา

            หลวงปู่โต ยโสธโร ท่านมรณภาพด้วยอาการสงบ เมื่อวันที่ 16 กันยายน 2523 รวมสิริอายุได้ 96 ปี 

 

Visitors: 2,214