ตะกรุดใบลานบังปืน หลวงพ่อแก้ว วัดพวงมาลัย จ.สมุทรสงคราม

ตะกรุดใบลานบังปืน หลวงพ่อแก้ว วัดพวงมาลัย .สมุทรสงคราม     

            หลวงพ่อแก้ว เป็นผู้มีชื่อเสียงโด่งดังในเรื่อง ตะกรุด ที่ทำจาก ใบลาน รวมทั้งเหรียญ ผ้ายันต์ และลูกอม มีผู้นิยมกันมาก เลื่องลือกันว่า ด้านคงกระพันชาตรีดีเป็นเลิศ ปัจจุบันแต่ละอย่างล้วนมีราคาแพงมาก โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ตะกรุดใบลาน ที่หลวงพ่อเจาะจงทำให้บรรดาลูกศิษย์ และญาติโยมใกล้ชิด ที่เคารพนับถือท่านเป็นการเฉพาะตะกรุด ของท่านจะยึดถือเอา ใบลาน เป็นหลักในการทำ โดยท่านเจาะจงจะต้องนำมาจาก ต้นตาล ที่ขึ้นอยู่ที่ ปากคลองบางปืน เท่านั้น (ปัจจุบัน บ้านบางปืน อยู่ที่หมู่ 6 ต.นางตะเคียน อ.เมือง จ.สมุทรสงคราม) โดยใบลานที่ได้นี้จะเป็น ยอดใบลานเดือน 5 เป็นใบลานอ่อน ตากแห้งม้วนไม่แตก ต้นตาลที่ว่านี้ จะขึ้นโดดเดี่ยวกลางทุ่งบ้านบางปืน 

            สาเหตุที่ต้องใช้ ใบลานปากคลองบางปืน หลวงพ่อแก้ว บอกว่า เพราะชื่อ "บางปืน" ที่กร่อนเป็น "บังปืน" ให้ความหมายในการข่มนาม ใช้ชื่อในการสะกดลงอักขระเลขยันต์ เพื่อบ่งบอกให้ เทพ เทวดา ฟ้าดิน ได้รับรู้ว่า ของของท่านใช้ดีทางไหน เป็นอุปเท่ห์ในการลงวิชาอาคม อันเป็นเคล็ดลับของการลงเครื่องรางของขลังประการหนึ่ง คือ การข่มนามแจ้งเทพในสมัยนั้น ดงใบลานของบางปืน การคมนาคมลำบากยากยิ่ง ไม่ง่ายเหมือนอย่างสมัยนี้ เมื่อท่านสั่งให้ลูกศิษย์เดินทางไปตัด ใบลานจากบ้านบางปืน มักมีผู้ถามหลวงพ่อว่า ทำไมถึงต้องไปเอาไกลขนาดนั้น หลวงพ่อตอบว่า " อยากได้ของดีก็ต้องรี่ไปเอา ไกลแค่ไหนถ้าไม่ไป ก็ไม่ได้ของดี" 

            เมื่อได้ ใบลาน จากบางปืน มาแล้ว ท่านจะตัดเป็นชิ้นเล็กๆ ขนาดประมาณ 5-6 นิ้ว แล้วนำไปผึ่งแดดให้แห้ง จากนั้นจึงนำมาลงอักขระบนใบลาน ด้วยตัวขอม อ่านได้ว่า "ภู ภิ ภู ภะ" ล้อมรอบด้วยตัว "มิ" ไว้ตรงกลาง ประกอบด้วยอักขระหนุนตามสมควร ถ้าเป็นตะกรุดลูกเล็กๆ เเบนๆ จะเรียกว่า “ตะกรุดพิสมร” ส่วนดอกยาวขึ้นมาหน่อย ป้อมๆ อ้วนๆ ลักษณะเหมือนกลองเพลวัด จะเรียกว่า “ตะกรุดลูกกลอง” ถ้าดอกยาวๆ มีทั้งถักเชือก และไม่ถักเชือก เป็นใบลานเปล่าๆ ลงอักขระแล้วม้วน มีที่ปิดทองเก่าก็มี แต่พบเห็นได้น้อย โดยมากจะเสียหายหมด เรียกว่า “ตะกรุดใบลาน” ตะกรุดทั้งหมดนี้ เรียกรวมๆ กันว่า “ตะกรุดใบลานบังปืน” 

            ตะกรุดใบลานบังปืน ของ หลวงพ่อแก้ว จะพันด้วยด้ายสายสิญจ์ ไม่ใช่การถักลาย การพันเเบบนี้ ผู้เฒ่าผู้แก่บอกว่า หลวงพ่อจะพันด้วยตัวท่านเอง ระหว่างการพันด้าย ท่านจะบริกรรมคาถาไปด้วย ให้สังเกตจะเป็นการพันแบบง่ายๆ แล้วจึงนำมาจุ่มรักในภายหลัง 

           

            พระครูวินัยธรรม หลวงพ่อแก้ว พรหมสโร วัดพวงมาลัย จ.สมุทรสงคราม ท่านเกิดปีมะแม พ.ศ.2393 ในวัยเด็ก หลวงพ่อแก้วได้ศึกษาวิชาจากบิดา ซึ่งเคยเป็นทหารวังหน้า และเป็นผู้มีวิชาแก่กล้าเชี่ยวชาญในคาถาอาคมมาก 

            หลวงพ่อแก้ว บรรพชาเป็นสามเณร ตั้งแต่อายุได้ 10 ปี ที่วัดบางแคใหญ่ และได้อุปสมบทที่วัดเดียวกัน โดยมี หลวงพ่อเพ็ง วัดบางแคใหญ่ เป็นพระอุปัชฌาย์ หลังอุปสมบทได้ 1 พรรษา ได้ย้ายไปอยู่กับพระอาจารย์เกตุ ผู้เป็นพี่ชาย และได้อุปสมบทอยู่ที่ วัดทองนพคุณ ต.บางจาก อ.เมือง จ.เพชรบุรี 

            ต่อมาท่านได้ย้ายมาอยู่ที่วัดช่องลม อ.เมือง จ.สมุทรสงคราม และได้รับนิมนต์มาเป็นเจ้าอาวาสรูปแรก เป็นเจ้าอาวาสรูปแรก วัดพวงมาลัย ซึ่งขณะนั้นท่านเป็นเจ้าอธิการวัดช่องลม ต.บ้านปรก อ.เมือง จ.สมุทรสงคราม 

            พระครูวินัยธรรม หรือ หลวงพ่อแก้ว เป็นพระธุดงค์ที่มีความเชี่ยวชาญมสงสมถวิปัสสนากัมมัฏฐาน มีคนนับถือมาก เชื่อกันว่าท่านสำเร็จญาณวิเศษ สามารถล่วงรู้เหตุการณ์ต่างๆ ได้ทั้งปัจจุบัน อดีต อนาคต ชื่อเสียงของหลวงพ่อแก้ว เป็นที่เลื่องลือมาในสมัยนั้น ในเรื่องอาคมขลัง                   

            หลวงพ่อแก้ว เป็นเจ้าอาวาสรูปแรกที่ได้ปูพื้นฐานของวัดให้เจริญรุ่งเรืองตกทอดกันต่อมากลายเป็นวัดพวงมาลัยที่งดงามมั่นคงมาจรทุกวันนี้ 

            หลวงพ่อแก้ว เป็นพระคณาจารย์แห่งลุ่มน้ำแม่กลองอีกท่านหนึ่ง มีชื่อเสียงโด่งดังมาก ไม่แพ้พระคณาจารย์อื่น ๆ เมื่อปี พ.ศ.2416 เกิดอหิวาตกโรคระบาด ชาวบ้านไปขอน้ำมนต์จากท่านมาอาบและดื่มกินแล้วหายจากโรคกันมาก ชื่อเสียงของท่านก็โด่งดังเลื่องลือไปถึงเจ้าฟ้าเจ้าแผ่นดินในกรุงเทพฯ มีเจ้านายหลายพระองค์มาเยี่ยมหลวงพ่อแก้ว เช่น พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว สมเด็จพระมหาสมณเจ้ากรมพระยาวชิรญาณวโรรส สมเด็จกรมพระยาดำรงราชานุภาพ สมเด็จเจ้าฟ้ากรมพระยาภาณุพันธุ์วงศ์วรเดช เป็นต้น 

            สมเด็จเจ้าฟ้ากรมพระยาภาณุพันธุ์วงศ์วรเดชนั้น ทรงคุ้นเคยกับหลวงพ่อแก้วเป็นพิเศษ ทรงสร้างตำหนักชื่อว่า "ญาโณยาน" ไว้ที่ข้างวัดพวงมาลัย 1 หลัง เพื่อเป็นที่พักผ่อน พระตำหนักที่สมเด็จกรมพระนครสวรรค์วรพินิต เคยเสด็จประทับมา แต่ปัจจุบันได้ถูกรื้อไปแล้ว เหลือแต่ที่ดินเป็นมรดกตกทอดแก่ทายาทในตระกูลภาณุพันธุ์ ปัจจุบันได้กระทำเป็นพินัยกรรมถวายให้เป็นที่ธรณีสงฆ์ของวัดพวงมาลัยแล้ว หลวงพ่อแก้วละสังฆารมรณภาพ ปี พ.ศ.2462 รวมสิริอายุ 69 ปี 49 พรรษา