เขี้ยวเสือ หลวงพ่อปาน (วัดบางเหี้ย) วัดคลองด่าน จ.สมุทรปราการ

“เขี้ยวเสือ หลวงพ่อปาน (วัดบางเหี้ย) วัดคลองด่าน จ.สมุทรปราการ”

“เขี้ยวเสือของหลวงพ่อปาน” นั้น ท่านแกะจากเขี้ยวเสือโคร่ง แล้วลงเหล็กจารด้วยตัวเองปลุกเสกโดยใส่ “พระคาถาหัวใจเสือโคร่ง” ลูกศิษย์ลูกหาได้ยินท่านท่องว่า พยัค โฆ พยัคฆา สูญญา สัพติ อิติ ฮัมฮิมฮึม

เขี้ยวเสือของหลวงพ่อปานช่างที่แกะเสือเป็นศิษย์ท่าน แต่ละคนจะแกะไม่เหมือนกันซะทีเดียว และมีขนาดไม่ใหญ่มากนัก นั่งปากเม้มหุบสนิท ตากลม ขาหน้าทั้งสองใหญ่ เล็บจิกลงบนพื้น ถ้าเป็นต่างจังหวัดก็จะมีช่างแกะคอยเวลาหลวงพ่อปานไปธุดงค์ก็จะให้ปลุกเสก ประการสำคัญ ให้ดูรอยจารใต้ฐาน ท่านมักจะจารเองเป็น "นะขมวด" ที่เรียกกันว่า “ยันต์กอหญ้า” และตัว “ฤ ฤๅ”

ลักษณะที่บอกเอกลักษณ์ในปัจจุบันก็คือ เสือหน้าแมว หูหนู ตาลูกเต๋า ยันต์กอหญ้า ซึ่งมีทั้งเสือหุบปาก และเสืออ้าปาก เขี้ยวต้องกลวง มีทั้งแบบซีกและเต็มเขี้ยว 

“วิธีจาร” ของหลวงป่อปานท่านจะจารตัว "อุ" มีทั้งหางตั้งขึ้นและลง ที่ขาหน้าค่อนไปทางด้านบน และลงอักขระคล้ายเลข "๓" หรือเลข "๗" ขยักๆ หางลากยาวหน่อย ตรงสีข้างส่วนใต้ฐาน ท่านจะจาร “ยันต์กอหญ้า” ถ้าเสือตัวใหญ่หน่อยท่านจะลงยันต์กอหญ้า 2 ตัว ตรงข้ามกัน และลงตัว ฤ ฤๅ พร้อมตัวอุณาโลม บางตัวมีรอยขีด 2 เส้นขนานกัน ดูให้ดีจะเห็นเป็นเส้นลึกและคมชัด

 

“พระครูพิพัฒน์นิโรธกิจ” (ปาน ติสสโร) วัดมงคลโคธาวาส (วัดบางเหี้ย) จ.สมุทรปราการ เกิดเมื่อ ปี พ.ศ. 2368 ที่ตำบลคลองด่าน ในรัชกาลที่ 3

บรรพชาเมื่ออายุ 15 ปี ที่สำนักวัดอรุณราชวราราม และอุปสมบท โดยมี พระศรีศากยมุนี เป็นพระอุปัชฌาย์ ท่านศึกษาด้านวิปัสสนากรรมฐานรวมถึงไสยศาสตร์ 

นอกจากนี้ท่านยังสนใจในกรรมฐานเป็นอย่างมาก ท่านได้รับการถ่ายทอดจากคณาจารย์หลายองค์จนเชี่ยวชาญ โดยเฉพาะหลวงปู่แตง เจ้าอาวาสวัดอ่างศิลา จ.ชลบุรี พระเกจิผู้เก่งกล้าด้านวิปัสสนาธุระ ไสยเวท และมนต์คาถาต่างๆ ก่อนกลับมาวัดมงคลโคธาวาส และได้รับการแต่งตั้งให้เป็นเจ้าอาวาสในเวลาต่อมา

หลวงพ่อปานท่านมรณะวันที่ 29 สิงหาคม พ.ศ.2453 แรม 9 ค่ำ เดือน 9 ปีจอ รวมสิริอายุ 85 ปี

ขอขอบคุณข้อมูลบางส่วนจาก Google.