พระปิดตาหลวงพ่อทับ วัดทอง เนื้อสัมฤทธิ์

“พระปิดตาหลวงพ่อทับ วัดทอง เนื้อสัมฤทธิ์”

หลวงพ่อทับ วัดทอง กทม. ท่านได้สร้างวัตถุมงคลเป็นพระปิดตาและปิดทวารอยู่หลายครั้ง

และมีหลายเนื้อ เช่น เนื้อสัมฤทธิ์ เนื้อเมฆพัด และเนื้อผงคลุกรัก

พระปิดตาที่ท่านได้สร้างไว้มีอยู่หลายพิมพ์ เช่น พิมพ์เศียรโต (เศียรบาตร) พิมพ์ยันต์น่อง ซึ่งจะมียันต์ที่พระเพลา พิมพ์บายศรี  พิมพ์ตุ๊กตา พิมพ์นั่งยอง พิมพ์นั่งบัว พิมพ์ยันต์ยุ่ง เป็นต้น

พระปิดตาเนื้อสัมฤทธิ์ ของหลวงพ่อทับ วัดทอง ได้รับการยกย่องว่าเป็นพระปิดตาเนื้อสัมฤทธิ์ที่มีศิลปะงดงามมากที่สุด

เนื่องจากท่านมีฝีมือในเชิงช่าง ท่านจะออกแบบพระปิดตาของท่านเอง โดยจะมีหุ่นเทียนเป็นตัวองค์พระ หลังจากนั้นท่านจะกำหนดตัวยันต์ และปั้นเทียนเป็นเส้นแบบขนมจีน จากนั้นจึงนำมาวางลงบนองค์พระอีกทีหนึ่งทีละองค์

ดังนั้นพระปิดตาของหลวงพ่อทับ วัดทอง จะไม่เหมือนกันทุกกระเบียดนิ้วทุกองค์ เนื่องจากจะมีการสร้างหุ่นเทียนเป็นองค์พระและวางยันต์ทีละองค์ ถึงแม้ว่าจะเป็นยันต์ตัวเดียวกันก็ตาม

พระปิดตาของหลวงพ่อทับ วัดทอง จัดเป็นหนึ่งในชุดเบญจภาคีพระปิดตามหาอุตม์ เนื้อโลหะ ซึ่งปัจจุบันหายากมากและมีค่านิยมสูง พระปิดตาของหลวงพ่อทับ วัดทอง เด่นทางด้านเมตตามหานิยม คงกระพัน และแคล้วคลาด

 

 “พระครูเทพสิทธิเทพาธบดี” (หลวงพ่อทับ) ท่านเกิดเมื่อวันที่ 25 พฤษภาคม ปี พ.ศ.2390 ที่อำเภอบางกออกน้อย

เมื่อท่านอายุครบ 21 ปี จึงได้อุปสมบท ที่วัดช่างเหล็ก คลองบางกอกน้อย ได้รับฉายาว่า “อินทโชติ”

ต่อมาท่านได้ย้ายมาจำพรรษาที่วัดทอง (สุวรรณาราม) หลวงพ่อทับท่านสนใจในศาสตร์แขนงต่างๆ

และมักเดินทางไปฝากตัวเป็นศิษย์กับพระอาจารย์เก่งๆ หลายรูป ไม่ว่าจะเป็นในด้านวิปัสสนากรรมฐาน ในด้านวิทยาคม

และยังด้านศิลปกรรมในแขนงต่างๆ ท่านก็รอบรู้และมีฝีมือในด้านช่างหลายแขนง เช่นการแกะสลักไม้ ปูนปั้น และการหล่อหลอมโลหะ โดยเฉพาะการผสมสูตรเนื้อสัมฤทธิ์ จนมีการการขานกันว่า ท่านเป็นนักเล่นแร่แปรธาตุ ซึ่งความเป็นจริงท่านมีฝีมือในการผสมสูตรเนื้อสัมฤทธิ์ได้ดียิ่ง

หลวงพ่อทับท่านเป็นพระสงฆ์ที่มีผู้คนเคารพศรัทธามากในสมัยนั้น และเป็นพระเกจิอาจารย์ที่เข้มขลังในวิทยาคม

พระสหธรรมิกของท่านก็มีพระนันทวิริยะเถระ (โพธิ์ ติสทัสโต) วัดชัยพฤกษมาลา และสมเด็จพระสังฆราช (แพ) วัดสุทัศน์

หลวงพ่อทับท่านได้รับสมณศักดิ์ครั้งสุดท้ายที่ “พระครูเทพสิทธิ์เทพาธิบดี”

หลวงพ่อทับมรณภาพลงในปี พ.ศ.2455 สิริอายุได้ 65 ปี พรรษาที่ 45

ขอขอบคุณข้อมูลบางส่วนจาก Google.